ไปที่เนื้อหา



Ernestopher Denzel

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 07 พ.ค. 2013
ออฟไลน์ ใช้งานล่าสุด มิ.ย. 18 2019 08:26 PM
*****

#468643 Ernestopher Denzel

โพสต์โดย Ernestopher Denzel on 23 ธันวาคม 2018 - 09:00 PM

gold-frame_ernes400.jpg

 

ชื่อเวทมนตร์ของคุณ : Ernestopher Denzel
ออกเสียงว่า : เออร์เนสโตเฟอร์ เดนเซล
วัน/เดือน/ปีเกิด : 12 สิงหาคม
อายุ : เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
เพศสภาพ : ชาย
ศาสตร์ : มนตร์มายา

รูปพรรณสัณฐาน

สีผมตามกำเนิด : น้ำตาลทอง
สีตาตามกำเนิด : มรกตขอบดำ
ความสูง : 5.81 ฟุต
น้ำหนัก : 143.5 ปอนด์
สีผิวตามกำเนิด : Golden Beige
ตำหนิที่เห็นได้ชัดเจน : รอยสักสัญลักษณ์เรเวนกระพือปีกบินเรียงกันสามตัวบริเวณไรผมหลังใบหูข้างซ้าย
 

ลักษณะการแต่งตัว :

สไตล์ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ส่วนใหญ่จะคล้ายแบบยุโรปยุคกลางตอนปลายผสมผสานกับยุคสมัยใหม่ เสื้อเชิ้ตชั้นในสีขาวมีปกตลบที่คอผูกทับด้วยผ้าพันคอสูงประดับอัญมณีด้านหน้า สวมทับด้วยเสื้อคลุมมีปกหนาเน้นสีดำหรือสีมืด ตัวเสื้อยาวปิดสะโพกผ่าหน้าบ้างเข้ารูป กางเกงมักเป็นขายาวทรงแคบกับรองเท้าหนังขัดเงาหรือบูทสีเดียวกับเสื้อคลุม
 

อื่นๆ ตามที่ต้องการ :

เขาอาจดูเหมือนเป็นคนสุขุมเยือกเย็นถ้ามองผ่านๆ หลายคนคงคิดเห็นกันแบบนั้น ซึ่งความจริงแล้วก็เป็นแบบนั้น แต่ขณะเดียวกันความโอบอ้อมอารีพร้อมมอบไมตรีจิตอันดีงามก็จะค่อยๆ เผยตามออกมา ผ่านทางแววตาและรอยยิ้มอย่างเป็นมิตรกับทุกคนที่เข้าหาเชื่อว่าหลายคนคงสัมผัสได้
 

อุปนิสัย :

๏ ไม่ค่อยสันทัดด้านสนทนาแบบทั่วไป ส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบทางการเสียมากกว่า
๏ เข้าหาใครๆ ค่อนข้างยาก แต่จะไม่ปฏิเสธเลยหากได้เป็นฝ่ายต้อนรับ
๏ ไม่ได้เย่อหยิ่งทะนงตน เพียงแต่เป็นคนนิ่งๆ อันที่จริงก็มีมุมตลกบ้างเหมือนกัน
๏ แสดงอารมณ์และความรู้สึกไม่ค่อยเก่ง บ่อยครั้งจึงจำเป็นต้องใช้ศาสตร์ของตนเองเข้าช่วย
 

ประวัติ :

นาม “เออร์เนส” ผู้คนต่างเรียกขาน จิตวิญญาณร่วมผสานเป็นนามหลัง จากบิดรมารดาผู้สอนสั่ง มอบพละกำลังก่อนจะพลันลับลา เขาเติมใหญ่ในดินแดนแสนห่างไกล ล้อมรอบไปด้วยขุนเขาและพฤกษา น้อยคนนักจะเยือนถึงถิ่นพนา หากได้มาคงยากจะลาจากไป ดินแดนซึ่งก่อนนั้นเคยสุขสงบ ไร้ประสบพบเจอเรื่องหมองใจ แม้เป็นการพักพิงอิงอาศัย ใช้ชีวิตร่วมไปกับแวรี่ ทว่าหมู่บ้านย่อมๆ กลางหุบเขาแห่งนี้ กลับมีเพียงความสุขมอบแก่กันและกัน กิจวัตรแต่ละวันล้วนเรียบง่าย เทศกาลงานน้อยใหญ่ ล้วนได้รับความร่วมมือจากมิตรสหาย สําเร็จลุล่วงตามคาดหมายเป็นอย่างดี เช่นนี้ตลอดมา

เมื่อรัชสมัยเก่าสิ้นสุดก้าวเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ ผู้ครองดินแดนผลัดเปลี่ยนไป หมู่บ้านน้อยใหญ่ถูกแทรกแซง เกิดการแบ่งพรรคแบ่งฝ่าย ผู้คนล้มตายหากกำแหง พลั้งพลาดน้อยนิดโทษผิดร้ายแรง ดินแดนอันแสนสงบเริ่มหมดไป ไม่นานนักหลังจากนั้น การกวาดล้างครั้งสำคัญได้มาถึง หลังพวกซึ่งลัทธิใหม่ให้การตัดสิน ถอนรากโคนพวกผู้มีเวทมนตร์จนหมดสิ้น เพื่อให้ผืนแผ่นดินใหม่ได้รุ่งเรือง มาบัดนี้ดินแดนเก่าของเราล่มสลาย เอาชีวิตรอดกันวุ่นก่อนชีพวาย มลายไปกับเปลวไฟเผาไหม้ท้วมปฐพี เออร์เนสร่วมหลบหนีกับเหล่าพี่น้อง บ้างทิ้งข้าวทิ้งของอย่างสิ้นหวัง บ้างยืนหยัดอยู่ด้วยความผูกพัน ไม่หวาดหวั่นแม้ต้องตาย ออกเดินทางซัดเซพเนจร ร่อนเร่ไปไร้จุดหมาย ถิ่นดีร้ายไม่รู้อยู่หนไหน ทางข้างหน้าจะเป็นเฉกเช่นไร เร่งรุดไปให้ไกลจากคนพาล

 

z_mpp0056.jpg

 

จนมาพบดินแดนใหม่ซึ่งห่างไกลไร้ทางกลับ พร้อมต้อนรับผู้พลัดถิ่นไม่ผลักไส ใบหน้าเศร้าเคล้าธุลีจางหายไป นภาใหม่สดใสขึ้นอีกครา ถิ่นที่ว่ามิตรสหายมากมายนักหนา อีกทั้งศาสตร์ทั้งมนตราหลากแขนง ให้ได้เลือกฝึกฝนถ้ายังไม่สิ้นแรง เสริมความแกร่งแต่งความกล้าไม่ล้าหลังใคร

 

ศาสตร์บทหนึ่งจึงบังเกิดแก่เขา ดุจดังเงาตามตัวไม่ห่างหาย เกิดเป็นภาพบิดเบือนไปไม่วางวาย รอบข้างกายหมุนเวียนไป สุดแต่ใจไร้การควบคุม มันมุ่งดีมุ่งร้ายไม่รู้แน่ รู้เพียงแต่บัดนี้เริ่มสับสน ทั้งอดีตทั้งภายหน้าพร่าเลือนผสมปน ไม่รู้ตัวรู้ตนเช่นดั่งเคย มาวันหนึ่งจึงได้ประจัดษ์ชัด เมื่อมีนักเวทเฒ่ามาเฉลย ว่าศาสตร์นี้จะกลืนเจ้าแล้วเชลย หากเมินเฉยไม่ตายคงหายลับแล พลังจิตของเจ้าต้องแน่แน่ว หากรู้แล้วจงเร่งฝึกผนึกหนา ช้ากว่านี้อาจมิได้หวนกลับมา จมอยู่ในมนตร์มายาตลอดกาล นานนับปีกว่าจะเป็นผลสัมฤทธิ์ ดึงชีวิตเชลยสู่ผู้อาจหาญ ควบคุมศาสตร์ของตนอย่างชำนาญ ร่ายมนตราเรียกใช้งานไร้กังวล

 

จวบมาจนปัจจุบันทุกวันนี้ โลกเวทมนตร์ซอร์เซอรี่ มีแต่ความสุขสนุกสนาน ชาวซอร์เซอเรียนร่วมใจกันผลักดันมาช้านาน ให้ชีวีเบิกบานสุขทุกคืนวัน เป็นเช่นนั้นเรื่อยมา

 
 

คุณเป็นพ่อมดแม่มดสายใด : ดำ

สิ่งที่ชอบ :

๏ เรเวน (สัญลักษณ์แห่งสติกมาตา)
๏ ตำราซึ่งเกี่ยวกับเวทมนตร์ทั้งหลายทั้งปวง
๏ การนั่งอ่านหนังสือหรือฟังเพลงพลางจิบชาในสวนหลังบ้าน
๏ การส่งมอบความสุขให้แก่ผู้อื่นจากสิ่งที่ตัวเองรังสรรค์ขึ้น และเป็นหนึ่งในความภาคภูมิใจหากว่าผู้รับตอบกลับมา
๏ ใช้มนตร์มายากับคนที่กำลังคิดว่าตนเองหมดหวังแล้ว
 

และไม่ชอบ :

๏ บางครั้งการใช้ศาสตร์นี้ในทางบวกอาจไม่ได้ผลกับคนที่ไม่คิดจะสู้ต่อ
๏ ทำอะไรสักอย่างไม่สำเร็จทำให้รู้สึกแย่ในระยะสั้นๆ
๏ เวลาว่างที่ไม่ต่อเนื่อง
๏ ความว่างเปล่า
 

อื่นๆ ที่อยากระบุเพิ่มเติม :

๏ หมั่นฝึกฝนและเรียนรู้อยู่เสมอเพื่อที่ว่าสักวันหนึ่งพลังเวทจะแข็งแกร่งถึงขั้นนี้

๏ Tomorrow Me Fight

 

AAVT.gif
 

 

 

s_ernestopher_s001.png

Spoiler




#467298 เกมล่าอัจฉริยะ (เกมอัจฉริยะ) เดินหน้าท้าความเงียบ

โพสต์โดย Ernestopher Denzel on 14 ตุลาคม 2018 - 07:56 PM

อัพเดทกิจกรรม เกมอัจฉริยะ ปี 3 : เพลิงนรกสยบนักล่า

 

        ขอแวะมาสปอยล์นิดหน่อย เผื่อเป็นแนวทางสำหรับผู้สนใจเข้าร่วมสัมผัสกับกิจกรรมเกมอัจฉริยะในปีนี้ สำหรับนักล่ารุ่นเก่าอาจจะพอนึกออกบ้างว่าแต่ละปริศนานั้นจะออกมาแนวไหน แต่อย่าพึ่งวางใจไป เพราะการกลับมาครั้งนี้มีดีกว่าที่คุณคิดแน่นอน

 

        สำหรับสมรภูมิที่ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วสมรภูมิที่แรกนักล่าจะพบเจออะไรบ้างในสมรภูมินี้

the_icon.gif Battlefield (ปริศนาประจำฐานสมรภูมิ)

test_02.gif Davinci Code (ปริศนาถอดรหัส)

test_05.gif The Cube (ลูกบาศก์กล)

test_01.gif Brain Table (ตารางสมอง)

        ประตูสู่สมรภูมิศึกแห่งไหวพริบและสติปัญญา เปิดประเดิมด้วยหนึ่งภารกิจและสองปริศนาเบาๆ เพราะเหล่านักล่าคงสูญเสียเวลาไปมากสำหรับการตามหาประตูเข้าสู่สมรภูมินี้

 

มาต่อกันที่สมรภูมิที่สองนักล่าจะพบเจออะไรบ้างในสมรภูมินี้

the_icon.gif Battlefield (ปริศนาประจำฐานสมรภูมิ)

test_02.gif Davinci Code (ปริศนาถอดรหัส)

the_icon2.gif The Big Circle (วงกลมสัมพันธภาพขนาดใหญ่) -- หลายคนเคยเห็นแล้วในปริศนาทดสอบผู้กล้า (ขนาดเล็ก)

test_01.gif Brain Table (ตารางสมอง)

 

สมรภูมิที่สามนักล่าจะพบเจออะไรบ้างในสมรภูมินี้

the_icon.gif Battlefield (ปริศนาประจำฐานสมรภูมิ)

test_03.gif Pyramid Logic (ตรรกะพีระมิด) -- ปริศนาที่นักล่าหลายคนชื่นชอบ

test_02.gif Davinci Code (ปริศนาถอดรหัส)

test_01.gif Brain Table (ตารางสมอง)

 

สมรภูมิที่สี่นักล่าจะพบเจออะไรบ้างในสมรภูมินี้

the_icon.gif Battlefield (ปริศนาประจำฐานสมรภูมิ)

test_02.gif Davinci Code (ปริศนาถอดรหัส)

the_icon.gif Four-Square (จัตุรัสอัจฉริยะ) -- ปริศนาในตำนานเกมล่าอัจฉริยะ ซึ่งถูกกล่าวขานว่าหินที่สุด

test_01.gif Brain Table (ตารางสมอง)

 

สมรภูมิที่ห้านักล่าจะพบเจออะไรบ้างในสมรภูมินี้

the_icon.gif Battlefield (ปริศนาประจำฐานสมรภูมิ)

the_icon4.gif Atom Mass (อักษรมวลอะตอม)

test_02.gif Davinci Code (ปริศนาถอดรหัส)

test_01.gif Brain Table (ตารางสมอง)

 

สมรภูมิที่หกนักล่าจะพบเจออะไรบ้างในสมรภูมินี้

the_icon.gif Battlefield (ปริศนาประจำฐานสมรภูมิ)

test_02.gif Davinci Code (ปริศนาถอดรหัส)

the_icon5.gif X-Thousand (ปริศนาพันเอ็กซ์)

test_01.gif Brain Table (ตารางสมอง)

 

สมรภูมิที่เจ็ดนักล่าจะพบเจออะไรบ้างในสมรภูมินี้

the_icon.gif Battlefield (ปริศนาประจำฐานสมรภูมิ)

test_02.gif Davinci Code (ปริศนาถอดรหัส)

the_icon7.gif Arithmetic Series (อนุกรมศาสตร์)

test_01.gif Brain Table (ตารางสมอง)

 

สมรภูมิที่แปด สมรภูมิสุดท้ายก่อนจะเข้าสู่โค้งสุดท้ายของกิจกรรม นักล่าจะพบเจออะไรบ้างในสมรภูมินี้

the_icon.gif Battlefield (ปริศนาประจำฐานสมรภูมิ)

test_02.gif Davinci Code (ปริศนาถอดรหัส)

the_icon6.gif Su Doku Word (ปริศนาอักษรซูโดกุ)

test_01.gif Brain Table (ตารางสมอง)

 

        และสมรภูมิที่สุดท้าย สมรภูมิอัจฉริยะ นักล่าจะได้สนุกสนานกับอะไรในสมรภูมินี้

the_icon.gif Battlefield (ปริศนาประจำฐานสมรภูมิ)

test_02.gif Davinci Code (ปริศนาถอดรหัส)

test_04.gif Reason Why? (หลักการและเหตุผล)

the_icon3.gif Beehive (ปริศนารังผึ่ง) -- อีกหนึ่งปริศนาที่สร้างความประทับใจให้กับเหล่านักล่า

test_06.gif Who Am I? (ใครคือคนนั้น?)

test_01.gif Brain Table (ตารางสมอง)

        แม้จะไม่ใช่นักล่าทุกคนที่จะได้สัมผัสกับสมรภูมินี้ แต่เชื่อเลยทันทีว่าคุณเองก็อยากเข้าสมรภูมินี้ตั้งแต่แรกเห็นภารกิจและปริศนาต่างๆ ซึ่งได้คัดสรรมาเพื่อเหล่านักล่าที่สามารถฝ่าฟันมาจนถึงวินาทีสุดท้าย

 

        นอกจากนี้ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกเตรียมไว้อย่างจำกัดสำหรับเหล่านักล่า ซึ่งแน่นอนว่าไม่เคยมีในกิจกรรมนี้มาก่อน สิ่งดำนวยความสะดวกเหล่านี้จะช่วยให้นักล่าสามารถดำเนินภารกิจต่างๆ ในกิจกรรมได้ราบรื่นยิ่งขึ้น เพราะคุณจะหวังพึ่งใครไม่ได้อีกแล้ว




#466952 เกมล่าอัจฉริยะ (เกมอัจฉริยะ) เดินหน้าท้าความเงียบ

โพสต์โดย Ernestopher Denzel on 01 ตุลาคม 2018 - 03:45 AM

        หลังจากที่มีการเลื่อนแล้วเลื่อนอีก แล้วก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีกอยู่หลายครั้ง จนกลายเป็นคำถามเดียวจากใครหลายๆ คนว่า "เร็วๆ นี้ จริงหรือ?" เพราะคนที่รอก็รอกันมานานเหลือเกิน บางรายอาจหนีหายไปแล้ว ไม่ก็ลืมกันเสียแล้ว แต่ถึงยังไงความตั้งใจที่อยากจะจัดกิจกรรมนี้ขึ้นอีกครั้งยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผู้จัดอยู่เสมอ
 
        วันนี้ถือเป็นโอกาศดีที่จะได้มาตอบคำถามสำหรับหลายๆ คนที่ถามเข้ามา รวมทั้งพ่อมดแม่มดที่คุ้นเคยกันดีและพ่อมดแม่มดหน้าใหม่ด้วย ทั้งหมดที่ได้กล่าวมานี้คือ กิจกรรม ซึ่งเดิมทีมีชื่อว่า "เกมล่าอัจฉริยะ" ถ้ายังจำกันได้เมื่อปี ค.ศ. 2014 ได้เปิดภาคแรกของกิจกรรมชุดนี้ไปในชื่อ "เกมล่าอัจฉริยะ : ทะยานสู่สมรภูมินักล่า" รูปแบบกิจกรรมอันเรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยปริศนามากมาย นักล่าไม่อาจทะยานย่ำต่อไปได้หากพวกเขาไร้ความสามารถในการถอดรหัสลับสมรภูมิต่อสมรภูมิ แม้จะมีทีมเฮดคอยช่วยเหลือเหล่านักล่า แต่นักล่าบางคนถึงกับถอดใจถอนตัวออกจากกิจกรรมทั้งๆ ที่พึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น (น่าเสียดายที่เขายังไม่ได้เข้าถึงความสนุก หรือเปล่า?) จนท้ายที่สุดก็มีนักล่าที่สามารถทะยานสู่สมรภูมิอัจฉริยะได้เป็นคนแรก นั่นคือ Ray Bell (ชื่อปัจจุบัน Ray Hunter)

 

        ความสนุกต่อเนื่องมาถึงปี ค.ศ. 2015 กับภาคที่สองในชื่อ "เกมล่าอัจฉริยะ : มโหระทึกศึกนักล่า" ซึ่งในปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบกิจกรรมหลายส่วน เริ่มตั้งแต่การนำทีมเฮดเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนและผลักดันนักล่าที่มีความสามารถออกสู่สมรภูมิศึกในรูปแบบทีม โดยในปีนี้ได้รับเกียรติจากพ่อมดแม่มดระดับแถวหน้าของโลกเวทมนตร์อย่าง Lesbelle bell (ชื่อปัจจุบัน Lesbelle Hunter) ทีมเฮดจากปี 2014 ปีนี้ขอสู้สมรภูมิศึกอีกครั้ง, มาพร้อมกับเธอผู้นี้ดีกรีระดับเจ้าของศาสตร์มากล้นด้วยศักยภาพอย่าง Qualcosa Hunter (ศาสตราจารย์), และเขาคนนี้ Clinton Forrester (ชื่อปัจจุบัน Bjorn Forrester) เข้ามาเสริมให้ทีมเข้มแข็งแกร่งในทุกสมรภูมิ นักล่าที่ด้อยศักยภาพจึงถูกเฮดของตนส่งไปพิจารณา ณ ลานประหาร เกมนี้คนฉลาดเท่านั้นที่จะอยู่รอด และนักล่าที่สามารถฟันฝ่าศึกใหญ่ครั้งนี้มาได้ คือ Reafin Mason สมาชิกจากทีมเฟลอร์

 

        แม้จะห่างหายกันไปนานแต่ขอรับประกันว่าปี 2018 กิจกรรมนี้จะหวนกลับมาอีกครั้งในชื่อ "เกมอัจฉริยะ ภาค เพลิงนรกสยบนักล่า" ถึงชื่อกิจกรรมจะถูกเปลี่ยนแต่ปริศนายังคงความสนุกสนานเช่นเดิม แล้วพบกัน

 


ปล. ขออภัยแกรนด์มาสเตอร์ทุกท่านครับ ที่นำโลโก้มาใช้โดยไม่แจ้งให้ทราบล่วงหน้า ขออภัยมา ณ ที่นี้

 

 




#265933 อาถรรพ์พีระมิด : เกมผู้ชนะ ชุด อารยะ

โพสต์โดย Ernestopher Denzel on 15 กรกฎาคม 2015 - 10:04 PM

 

 

อ า ถ ร ร พ์ พี ร ะ มิ ด

เ ก ม ผู้ ช น ะ (The Series)

 

 

 

บันทึกของแอลฟ่า

วันที่ 1

 

          ผมชื่อ แอลฟ่า

          ผมคือหนึ่งในผู้ที่ถูกคัดเลือกให้เป็นผู้พิชิตเกมผู้ชนะ ซึ่งคำว่า “ผู้พิชิต” ไม่ได้แปลว่าคุณชนะแล้ว แต่หมายความว่า คุณต้องพิชิตชัยชนะนั้นมาให้ได้คุณถึงจะถูกเรียกขานว่า “ผู้ชนะ” อย่างนั้นไหม -- ผมเข้าใจถูกต้องใช่ไหม?

 

          เกมผู้ชนะ ผมยังไม่ค่อยแน่ใจว่ามันเป็นเกมแบบไหน แต่ถ้าย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อนแน่นอนว่าตอนนั้นผมยังเด็กมากจำอะไรได้พอรางๆ ว่าเคยมีการจัดเกมผู้ชนะมาแล้วหนหนึ่ง ซึ่งสถานที่จัดเกมครั้งนั้น ในอดีตเคยเป็นเขตจองจำพวกนักโทษ คนเถื่อนและผู้กระทำความผิดร้ายแรงที่ไม่อาจให้อภัยได้ บทลงโทษสุดท้ายของพวกเขาคือประหารชีวิตเท่านั้น เมื่อนักโทษที่รอคำสั่งประหารเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนเกินที่จะควบคุมได้ ทางการจึงออกคำสั่งให้ทำลายล้างเขตจองจำนั้นทิ้งไป ถ้าจำไม่ผิดในคืนวันสังหารพวกเขาปล่อยก๊าซพิษซึ่งเป็นยาสลบจนทำให้ทุกคนหลับไหลกันอย่างสนิททั่วทุกพื้นที่ แล้วจึงปล่อยน้ำมันเชื้อเพลิงไปตามท่อน้ำอีกทั้งยังโปรยลงมาจากบนฟ้าราวเม็ดฝนและสุดท้ายก็วางเพลิง มอดไหม้ไปทั้งเขตไม่มีใครรอดชีวิตในคืนนั้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมเขตจองจำนั้นด้วย

          สถานที่ปิดตายแห่งนั้นจึงถูกเรียกขานกันว่า “แดนสังหาร” และกลายมาเป็นชื่อตอนตอนแรกของเกมผู้ชนะในครั้งนั้น ซึ่งเป็นการค้นหากระโหลกทองคำในดินแดนเปรี่ยวร้างและซากคนตายนับแสน แม้โครงสร้างอาคารจองจำ เรือนนักโทษต่างๆ จะดูทรุดโทรมรายล้อมด้วยไม้เลื้อยเห็นแล้วถึงกับขวัญผวา แต่ก็ยังแข็งแรกพอสำหรับเหล่าผู้พิชิตที่ถนัดด้านความท้าทายได้เข้าไปค้นหา มันคล้ายจะเป็นเกมการผจญภัยแต่ก็มีการไขปริศนา เหมือนจะเป็นเกมไล่ล่าแต่ก็มีฆ่าฟันทำลายศัตรู ความท้าทายแทบทุกอย่างรวมอยู่ในเกมนี้ แต่สุดท้ายก็มีข่าวแพร่กระจายออกมาว่า ผู้พิชิตเกมผู้ชนะหรือแม้แต่ผู้ควบคุมทุกคนที่เข้าไปในแดนสังหารวันนั้นไม่มีใครกลับออกมาอีกเลย  

          ตอนที่ได้ยินข่าวผมยังเด็กเลยไม่แน่ใจว่าจะเป็นความจริงหรือเรื่องหลอกลวง แต่ถึงยังไงซะ “เกมผู้ชนะ” ได้กลับมาอีกครั้งมันทำให้ผมตื่นเต้น และยิ่งกว่านั้นมันกำลังดึงดูดความสนใจของผม นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมผมถึงมาสมัคร เพราะมันท้าทายน่าจะได้มาลองความกล้าท้าความเสียงดูสักครั้งยังไงล่ะ ซึ่งอาจจะเป็นความรู้สึกเช่นเดียวกับโอเมก้า พาย หรือผู้พิชิตคนอื่นๆ ที่ถูกคัดเลือก


          อาถรรพ์พีระมิด คือชื่อเคส เคสแรกของพวกเราเหล่าผู้พิชิตที่ได้รับมอบหมาย ทว่าจะสามารถปฎิบัติได้สำเร็จหรือไม่นั้นก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนว่าจะฟันฝ่าอุปสรรคในพีระมิดแห่งนี้ได้ลึกสักแค่ไหน ในแต่ละเคสจะมีเซคชั่นแยกย่อยเป็นการแบ่งระดับหรือระยะทางอะไรทำนองนั้น และผมจะต้องผ่านแต่ละเซคชั่นไปเรื่อยๆ ลึกเข้าไปยังจุดหมาย ซึ่งสิ่งเดียวที่จะเป็นเครื่องยืนยันว่าพวกเราคนใดคนหนึ่งชนะเกมนี้แล้ว คือ “หน้ากากทองของมัมมี่” และสุดท้ายแล้วผมก็คือคนที่ได้ถือมันไว้ในมือ ใช่! มันไม่น่าจะเป็นเรื่องง่ายเลยแต่นั่นล่ะคือเป้าหมายของผมกับผู้พิชิตทุกคน

          ไม่ใช่แค่ผมที่ไม่รู้ว่าข้างในพีระมิดนั้นมีอะไรอยู่บ้าง คนอื่นๆ ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น ความจริงมันอาจจะไม่ได้น่าพิศวงเหมือนชื่อหรืออาจจะมากกว่านั้น? ผู้ควบคุมไม่ได้บอกอะไรกับพวกเรามากไปกว่านี้ เขาให้กระเป๋าสัมภาระเราคนละใบ แต่คำเดียวที่พวกเขาเน้นย้ำเสมอว่า “อย่าตาย” ฟังดู..น่าชื่นใจ อ้อใช่! ผมไม่ควรจะลืมอีกเรื่องที่ผู้ควบคุมพูดถึง พวกเขาบอกว่ามันเป็นอะไรที่สำคัญมากเช่นกันถ้าพวกคุณไม่ใช่นักโบราณคดีอียิปต์หรืออาจใช่ แต่ถึงยังไงสิ่งนี้ก็ยังจำเป็นอยู่ดี มันไม่เชิงหนังสือแต่ก็น่าจะคล้ายๆ ด้านหน้ามีข้อความว่า “คู่มือเอาตัวรอดแห่งเกมผู้ชนะ” เนื้อหาข้างในมีคำอธิบายเกี่ยวกับการไขปริศนา แผนผังเส้นทางในพีระมิด และสิ่งไม่พึงประสงค์จะได้พบเจอรวมถึงการรับมือกับพวกมัน ผมอาจรอดตายถ้ามีคู่มือที่ว่า

 

          ตอนนั้นเป็นเวลาบ่ายโมง 13 นาที เราเริ่มก้าวเข้าสู่ความอาถรรพ์ของพีระมิดแห่งนี้ แน่นอนล่ะผมไม่ได้เข้าไปเป็นคนแรกเพราะผู้ควบคุมจัดลำดับตามคนที่ผ่านการคัดเลือกก่อนหลัง ซึ่งคนที่เดินนำหน้าผมนั้นคือซิกม่า และก่อนหน้าเขาก็มีผู้พิชิตเดินนำอยู่แล้วสองสามคน ช่องทางเข้าแคบๆ พอผ่านไปได้ทีละคนเราเดินหมอบต่ำเรียงแถวกันเข้าไป แม้ระยะห่างของแต่ละคนจะไม่ได้ประชิดกัน แต่ก็พอจะได้กลิ่นถ้าหากคนข้างหน้านั้นผายลม

          ด้านในพีระมิดมืดสนิทแต่เพียงเพราะแสงจากไฟฉายของพวกเราจึงทำให้เกิดความสว่างพอลางๆ เบื้องหลังของผมมีผู้พิชิตอีก 4 - 5 คน ไอโอต้าอยู่ต่อจากผมใบหน้าขาวเผือกเหมือนกำลังหวาดผวาของเธอผมจำได้ และกลิ่นฉุนของน้ำหอมที่กำลังลอยเข้าจมูกผมอยู่ตอนนี้น่าจะเป็นคนที่อยู่ถัดจากเธอ ผมเริ่มรู้สึกปวดเข่าและช่วงเองลามไปถึงต้นคอ คงเป็นเหตุมาจากการที่จะต้องหดตัวพลางก้าวเดินในช่องทางแคบๆ แบบนี้ และไม่นานนักก็มีเสียงร้องทักมาจากข้างหลังไอโอต้า “ถ้าเจอทางแยกแล้ว ขอฉันไปก่อนได้มั้ย!?” เสียงห้าวบอกความประสงค์

 

 

โปรดติดตามตอนต่อไป

 

 

 

 

prof_ernestopher_s002.png

 




#121577 Freya And The Potions : เฟรย่ากับยาวิเศษ

โพสต์โดย Ernestopher Denzel on 05 กันยายน 2013 - 03:38 PM

ภาพที่โพสต์

 

 

 

 

 

 

 

 

[บทย่อ]
เฟรย่ากับยาวิเศษ
ตอน

ชีวิตใหม่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย
โรซาลี เดอ มอร์แกน
แปล/บทย่อ
ภาพที่โพสต์




#121576 Freya And The Potions : เฟรย่ากับยาวิเศษ

โพสต์โดย Ernestopher Denzel on 05 กันยายน 2013 - 03:10 PM

ภาพที่โพสต์

 

 

 

 

 

 

 

 

[บทย่อ]
เฟรย่ากับยาวิเศษ
ตอน

หญิงชรากับเฟรย่าผู้อาภัพ

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย
โรซาลี เดอ มอร์แกน
แปล/บทย่อ
ภาพที่โพสต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่โพสต์

 

“ สิ้นแล้ว...สิ้นหนทางจะก้าวต่อ
ลมหายใจเข้าออกต่างทดท้อ
ทุกสรรพสิ่งไร้สิ้นซึ่งความหมาย
อยากปลิดชีพตนดลให้ชีวาวาย
มลายสิ้นสาบสูญสู่แดนไกล ”
 
ภาพที่โพสต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

       แสงเรืองรองที่มองเห็นเพียงรำไรมันเริ่มคืบคลานเข้ามาหาข้าพเจ้าเรื่อย ๆ จนเห็นมันได้อย่างชัดเจน กองไฟน้อย ๆ อันเกิดจากการก่อโดยใครสักคน ข้าพเจ้าผวาลุกนั่งพัลวันพลันถอยหลังไปชิดติดต้นไม้ใหญ่ เมื่อเห็นแล้วว่าใครคือเจ้าของกองไฟนี้ หล่อนมองมาที่ข้าพเจ้าจากฝั่งตรงข้าม ด้วยสายตาที่ไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ หญิงชราหน้าแหลมคางยื่นผมเผ้ารุงรัง ถูกปิดบังด้วยหมวกสีดำยอดทรงสูงใบเก่า ๆ หล่อนบอกให้ข้าพเจ้าดื่มน้ำที่หล่อนเตรียมไว้ให้ แต่ข้าพเจ้าปฏิเสธ หล่อนอ้างว่ามันคือน้ำยาสมุนไพรเมื่อดื่มเข้าไปจะช่วยให้ข้าพเจ้าฟื้นตัวเร็วขึ้น ดีหรือร้ายใครจะรู้จุดประสงค์ ข้าพเจ้าซักไซ้หล่อนว่าแท้จริงแล้วหล่อนคือใคร แต่ข้าพเจ้ากลับไม่ได้คำตอบจากสิ่งที่ข้าพเจ้าถาม ซ้ำหล่อนยังรู้ถึงสิ่งที่ข้าพเจ้าคิดภายในจิตใจ “เจ้าประสงค์จักพบมารดาอีกคราใช่รึไม่?” ข้าพเจ้ายอมรับว่าข้าพเจ้ามีความต้องการเช่นนั้นจริงแท้ หล่อนจึงย้ำอีกครั้งให้ข้าพเจ้าดื่มน้ำยาสมุนไพรของหล่อนแล้วนอนพักผ่อนเสีย วันรุ่งพรุ่งนี้หล่อนจะพาข้าพเจ้าไปพบมารดา ภาวนาของข้าพเจ้าอยากให้ภาพที่พบเห็นผู้เป็นดวงใจสิ้นลมจงเป็นเพียงความฝัน เราสองอาจพลัดกันคนละทางตามกระแสอันเชี่ยวกราก ไม่นานเราคงได้พบกัน
 
       เด็กหญิงวัยสิบเอ็ดปีที่เคยอาศัยอ้อมกอดของมารดามาตั้งแต่บิดาพลีชีพเพื่อแผ่นดินสมัยสงครามล่าอาณาเขต เพลานี้ต้องดิ้นรนเลี้ยงชีพด้วยตนเอง แม้ร่างกายอาจแลดูห้าวหาญแต่ลึกลงไปในจิตใจมันกลับบอบบางยิ่งกว่าสายใย ย่างกายไปทางไหน ๆ จำต้องระวังตัวระแวงหวาดกลัวไปทั่วทุกหนแห่ง แม้นหากเกิดเป็นชายมันคงไม่เลวร้ายเช่นนี้
 
       หญิงชราถือไม้สักกะเท้าก้าวย่างนำหน้า ข้าพเจ้าตามมาไม่ให้ห่างพลางหวาดระวังหันมองซ้ายแลขวา ไม้ต้นใหญ่พร้อมเหล่ามวลเถาวัลย์พันเกี่ยวเรียงรายไม่ห่างกันแม้เพลากลางวันยังแลดูมืดมน เสียงจิ้งหรีดร้องลั่นประสานเสียงกันไม่เป็นทำนองตลอดสองฝั่งทาง ข้าพเจ้ายังไม่แจ่มแจ้งว่าแท้จริงแล้วหล่อนจะนำพาข้าพเจ้าไป ณ ที่ใดกัน สิ่งที่ข้าพเจ้าต้องปฏิบัติตอนนี้คือตามหล่อนไปอย่าให้คลาดสายตา ไม่เช่นนั้นเราต้องตายแน่ แต่แล้วความจริงก็กระจ่าง หล่อนนำพาข้าพเจ้ามายังสายน้ำที่คุ้นเคย ทว่าเราทั้งสองจะข้ามไปได้เช่นไร เพียงข้าพเจ้าคนึงสิ่งน่าทึงกลับปรากฏให้พบเห็นทันใด ไม้ต้นใหญ่ที่พาดผ่านเฉกเช่นสะพานให้ข้าพเจ้าและหญิงชราได้ข้ามไป สายน้ำยังไหลเชียวเสียวไส้ทันใดเมื่อแลไปมองมัน โขดหินใหญ่คับคล้ายคับคลาว่าน่าจะใช่อึดใจสุดท้ายของข้าพเจ้า ยิ่งย่างก้าวเข้าใกล้ข้าพเจ้ายิ่งประจักษ์ใจ จึงรีบเร่งฝีเท้าเร็วไวพ้นผู้นำ “ช้าก่อนเจ้าหนูดีร้ายอย่างไรเราไม่อาจรู้ ภัยร้ายอาจหมายรุมทำร้ายเจ้าจงเดินตามหลังข้าเช่นเก่า แล้วเจ้าจะพ้นภัย”
 
       เสมือนความสุขทั้งหมดได้หล่นหาย เสมือนความตายกำลังรายล้อม พลังแรงกายที่มีเพลานี้กลับไร้สิ้นซึ่งเรี่ยวแรงใด ๆ ข้าพเจ้าทรุดตัวลงนั่งเคียงร่างไร้จิตวิญญาณของผู้เป็นมารดา ใบหน้าซีดเซียวผิวกายเย็นยะเยือกรู้สึกได้ทันทีเมื่อสัมผัสกอด แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้ข้าพเจ้ารังเกียจเลยแม้แต่น้อย น้ำตาหลั่งไหลเป็นสายธารพลางสะอึกสะอื้นคร่ำครวญ ข้าพเจ้ามองไม่เห็นเลยว่าภายภาคหน้าชีวิตจะเป็นอย่างไร ข้าพเจ้าจะเลือกเดินไปในทิศทางไหน แล้วใครจะบอกได้ว่ามันดีหรือร้ายอย่างไร ไม่มี! ไม่มีอีกแล้วผู้ชีแนะและปรึกษา ไม่มีอ้อมกอดอันอบอุ่นในยามเหน็บหนาว ไม่มีคนคอยเฝ้าเมื่อข้าพเจ้าป่วยไข้ เปลวไฟลุกโชติช่วงท้วมกองฟอนเผาไหม้ร่างมารดาผู้ที่ลาลับไป 
 
       มือข้างหนึ่งสัมผันไหล่ข้าพเจ้าเบา ๆ จากด้านหลัง ทำให้ข้าพเจ้าแน่แก่ใจว่าหล่อนยังอยู่ “เจ้าจงไปเก็บข้าวของที่จำเป็นเสียเจ้าหนู เห็นทีว่าเจ้าจะอยู่ที่นี่ไม่ได้อีกแล้ว ไปกับข้าเถิด เจ้าไม่ต้องหวั่นกลัวต่อสิ่งใดๆ” จากคำเชิญชวนของหล่อนทำให้ข้าพเจ้าเห็นภาพเก่าที่ผ่านพ้นมา นับตั้งแต่เพลาที่ลืมตาตื่น หล่อนคือผู้ช่วยชีวิตข้าพเจ้า หล่อนนำพาข้าพเจ้ามาส่งมารดาสู่สรวงสวรรค์ ถ้าหล่อนร้ายกาจจริงคงไม่ทำเช่นนี้ ข้าพเจ้าทบทวนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนตัดสินใจออกเดินทางตามหล่อนมา 
 
       บ่ายแก่ ๆ ข้าพเจ้ากับหญิงชราปลงใจคลายความเมื่อยล้าใต้เงาไม้ใหญ่ใกล้ลำธารสายน้อย เพียงนั่งพักชั่วอึดใจ หญิงวัยกลางคนท่าทางลุกลี้ลุกลนพิกลแปลกผ่านมารองน้ำจากลำธาร หญิงชราจึงเข้าไปเอ่ยถามถึงสาเหตุอาการ ข้าพเจ้าอยู่ห่างไกลเกินจะรู้เรื่องราวมากความอะไร หล่อนก็สั่งให้ตามไปในทันที 
 
       ไม่ห่างไกลจากลำธารสายนี้มีเพิงสองหลังใกล้ ๆ กัน หญิงวัยกลางคนผู้นั้นจึงนำพาหญิงชราพร้อมกับข้าพเจ้าไปยังเพิงพักของนาง สิ่งประหลาดตาปรากฏให้ข้าพเจ้าประหลายใจทันใดเมื่อพบเห็น เด็กที่นางเรียกว่าลูก กลับไม่ได้มีลักษณะเหมือนทารกทั่วไป แลมองคราใดคล้ายกับท่อนซุงสูงเท่าหัวเข่าที่สามารถมันดิ้นได้ กิ่งก้านด้านข้างทั้งสองคล้ายจะเป็นแขน รากแขนงช่วงท้ายคล้ายจะเป็นขา มีหน้าตา จมุกและปากเช่นเดียวกับคน หญิงชราบอกว่านี้ไม่ใช่ผลกรรมอันใดตามที่หญิงวัยกลางคนบอกกล่าว “มันคือคำสาป และข้าก็ไม่รู้แน่ว่าจักช่วยเจ้าได้รึไม่” แต่หล่อนก็ไม่ได้รีรอสั่งให้นางต้มน้ำร้อนทันทีจากนี้ส่งเข้าไปให้หล่อนและให้เราทั้งสองออกมารอข้างนอกห้ามให้ใครรบกวน สามีนางกลับมายังเพิงพัก เขามีท่าทางแปลกใจเมื่อเห็นข้าพเจ้า นางจึงได้แถลงเรื่องราวให้เขากระจ่าง แต่สีหน้าท่าทางกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัดนี้ คงจะเป็นธรรมดาของผู้เป็นพ่อที่ห่วงลูก วันเวลาเริ่มมีสีดำเข้ามากลืนกินหญิงชรายังไม่ออกมาจากเพิงนั่นพลางเสียงเด็กยังคงร้องลั่นแว่วมาให้ได้ยิน
 
       เสียงร้องลั่นพลันเงียบลงผู้เป็นพ่อมุทะลุเข้าสู่เพิง ขับไล่หญิงชราออกมาเร็วพลัน ข้าพเจ้าพลางตกใจและหวาดกลัว ผู้เป็นแม่กุรีกุจอประคองหญิงชรามายังอีกเพิง “ข้าจำต้องขออภัยท่านแทนเขา และข้าเองก็ไม่ได้ถือโทษโกรธท่าน หากว่าท่านช่วยเราไม่ได้ในครานี้ เพราะที่ผ่านมาก็ไม่มีผู้ใครจักสามารถช่วยเราได้เลย” น้ำเสียงของนางนิ่มนวลแลดูใจเย็นพลางหลั่งน้ำตา หญิงชราไม่ได้มีอาการอะไรผิดไปจากเดิม นอกจากมีเพียงความนิ่งสายตาแลดูเฉยชา และไม่ค่อยเป็นมิตร หล่อนบอกนางไปว่ารุ่งสางให้พวกเขาทั้งสองอุ้มทารกนั่นไปรับแสงตะวัน ให้แสงตกกระทบถึงตัวเด็กน้อยนี้มากที่สุด สีหน้าของผู้เป็นแม่แลดูมีความปิติเหลือล้นขึ้นมาทันที “หากการรักษาของข้าได้ผลสำเร็จ เขาจะกลับเป็นคนปกติดังเดิม” 
 
       ข้าพเจ้ากับหญิงชราไม่ได้พักแรมที่เพิงของพวกเขา ทั้งๆ ที่นางผู้นั้นรั้งไว้ให้สงสารข้าพเจ้า หล่อนกลับปฏิเสธและพาข้าพเจ้ากลับมาที่ลำธารสายเก่า ข้าพเจ้าครุ่นคิดเรื่องเด็กน้อยผู้นั้นชั่วขณะหนึ่ง หล่อนจึงเอ่ยถามข้าพเจ้าราวกับรู้ความคิด ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มประหลาดใจเป็นครั้งที่สอง ข้าพเจ้าคะยั้นคะยอถามหล่อนสารพันเรื่องตามที่ข้าพเจ้าประสงค์จักรู้ แต่กลับไม่ได้คำตอบตามความต้องการเลย
 
       “เจ้าควรจะปลาบปลื้มกับค่าตอบแทนที่พวกเขามอบให้ เมื่อเจ้าช่วยเหลือพวกเขาได้สำเร็จอย่างนั้นรึ? ข้าพาเจ้ากลับมาที่นี่ก็เพราะไม่อยากให้เจ้าคิดเช่นนั้น ใช่แล้ว! เจ้าอาจมีความสุขกับมัน...แต่มันจะไม่ได้อยู่กับเจ้าตลอดไป...”
 
       ข้าพเจ้ายังงงงันกับคำของหล่อน แต่หล่อนกลับบอกว่าสักวันหนึ่งข้าพเจ้าจะเข้าใจ ณ เพลานี้ข้าพเจ้าก็ยังไม่วายความคิดว่าผิดหรือถูก ที่เลือกติดตามหล่อนมา 
 
 
...
 
เฟรย่ากับยาวิเศษ        
ตอน  ชีวิตใหม่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์
   




#120294 Freya And The Potions : เฟรย่ากับยาวิเศษ

โพสต์โดย Ernestopher Denzel on 22 สิงหาคม 2013 - 02:17 PM

ภาพที่โพสต์

 

 

 

 

 

 

 

 

[บทย่อ]
เฟรย่ากับยาวิเศษ
อารัมภบท

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย
โรซาลี เดอ มอร์แกน
แปล/บทย่อ
ภาพที่โพสต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่โพสต์

 

“ เมื่อมีเกิด ก็ย่อมมีแก่ มีเจ็บ และมีตาย
จักอาลัยไปใยกับกองไฟตรงหน้า
มาเถิดมาเจ้าหนูจงตามข้ามา
ข้าจักพาเจ้าไปอุปถัมภ์ค้ำชูเลี้ยงดูเอง ”
 
ภาพที่โพสต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

       ณ  ดินแดนอันไกลโพ้น ท่ามกลางหุบเขาอันคดเคี้ยวเลี้ยวลดสลับซับซ้อน มีกระท่อมซอมซ่อหลังเดียวเดี่ยวโดดใกล้เชิงเขา รายล้อมด้วยเหล่าไม้ป่านานาพันธุ์ สรรค์สร้างความงามตามธรรมชาติอย่างน่าอัศจรรย์ใจ สะพานไม้เก่าๆ แลดูมันถูกสร้างมาช้านาน เพียงก้าวแรกที่เยียบย่ำเสียงดังลั่นแว่วมาให้ได้ยิน ลำธารใสลำน้อยที่ทอดผ่านมองลงไปเห็นได้ถึงพื้นดินหลั่งไหลรินตลอดเวลา หมู่ปลาน้อยต่างแหวกว่ายเวียนวน กบน้อยนั่งหงอยคอยรอบนใบบัว แลมองไปรอบตัวทุกสิ่งอย่างถูกสร้างสรรค์ปั้นแต่งมาเป็นอย่างดี แล้วเพราะอะไรหนอข้าพเจ้าจึงไม่เกิดความประทับใจในสิ่งที่พบเห็นเหล่านี้ หรือจักเป็นเพราะความซึมเศร้าเคล้าอุรา 
 
       เพียงไม่กี่ประโยคของหญิงชราผู้นั้นเอ่ยอ้างถามข้าพเจ้านอกจากชื่อเสียงเรียงนาม และอาการสลดใจที่เผยให้เห็นทางสีหน้า หล่อนไม่ถามเลยสักคำถึงความประสงค์ใจว่าข้าพเจ้ายินดีด้วยหรือไม่ที่ตามติดหล่อนมา ทว่าตัวข้าพเจ้าเองกลับรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเพียงแค่หล่อนเอ่ยชวน ข้าพเจ้ากลับผันตัวเองมาเก็บข้าวของ จากที่เคยนั้งเคล้าน้ำตาตรงหน้ากองไฟอันกำลังเผาไหม้ร่างไร้รสชาติแห่งชีวิตนอนนิ่งในเปลวเพลิง ตลอดระยะเวลาการเดินทางนับสิบโยชน์ หลายมื้อหลายเพลาผันเปลี่ยนเวียนวนไป ในดวงใจของข้าพเจ้ายังโหยหาแต่มารดาผู้ล่วงลับ สิ่งมีชีวิตสุดท้ายที่หลงเหลือให้ข้าพเจ้าได้ปรนนิบัติทดแทนพระคุณ กลับถูกทารุณกรรมชีวีไปเสียต่อหน้าต่อตา ทั้งที่ความจริงไม่ได้เป็นดั่งสิ่งที่พวกเขากล่าวหา ว่ามารดาข้าพเจ้าคือพวกมีเล่ห์กลมนตร์ขลัง ผู้ยิ่งใหญ่แห่งบัลลังก์บัญชาสั่ง จงประหารสิ้นชีวีพวกผู้ใดที่มีอำนาจมืด จักกำจัดพืชร้ายอย่าเหลือไว้แม้นรากโคน คนจนต่างดิ้นรนหลบหนีเช่นนี้พวกมันจึงตามล่า เพราะคิดว่านั่นคือพวกผู้มีมนตราเลยต่างพากันหลบลี้หนีหายไป
 
       ข้าพเจ้ากอดมารดาแอบอิงพิงโขดหิน หลังเราสิ้นหนทางจะหลบหนีอันทางข้างหน้านั้นคือนทีที่ไร้สะพานแพ ซ้ำกระแสยังเชี่ยวกรากดับชีวีพลัน ณ เพลานี้จึงได้แต่ภาวนาดลผืนฟ้าให้คุ้มภัยดลพงไพรปกป้องคุ้มครองเรา เสียงฝีเท้าอึกทึกเข้ามาใกล้แม่เห็นแล้วไซร้ว่าเราสองต้องตายแน่ มือสองข้างของนางปาดน้ำตาและคราบเหงื่อก่อนบรรจงก้มจูบแก้มลูกรัก นางจึงขับไล่ให้ข้าพเจ้ากระโจนลงสู่นที “น้ำอันเชียวกรากสายนี้จะพัดเจ้าไปในเร็วพลัน เจ้าจงกระทำตนเสมือเช่นดั่งเรือไม่นานแม่จะตามเจ้าไป” ใจหายวาบไปทันทีที่ถูกกระแสน้ำดูดกลืน ข้าพเจ้าพยายามสุดแรงเกิดเพื่อดันตัวเองขึ้นมาสู่ผิวน้ำ ด้วยความตั้งใจจักเห็นมารดาผู้ที่ตามติดข้าพเจ้ามา แต่กลับไม่ได้เป็นเช่นนั้น ความฝันสูญสลายกระจัดกระจายหายลับไปกับสายน้ำ เมื่อเห็นเหล่าทหารทิ่มแทงร่างกายผู้เป็นดั่งดวงใจของข้าพเจ้า จนนางทุรนดิ้นสิ้นลมหายใจราบไปกับกองเลือด เพลานี้ข้าพเจ้าอยากปลิดชีพตนตามนางไปเสีย ทันใดที่ข้าพเจ้าคนึงคิดเช่นนี้ เสียงของนางกลับดังก้องมาในหัว อันเป็นเสียงสุดท้ายที่ข้าพเจ้าได้ยินและเป็นเสียงของนางที่ข้าพเจ้าจะจดจำไปตลอดช่วงชีวิต
 
       “เฟรย่าเจ้าต้องไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใด แม่รักเจ้า แม่จะอยู่เคียงข้างเจ้าตลอดไป แต่เจ้าจงทำตามคำของแม่ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ไม่ว่าเจ้าจะอ่อนล้าสักเพียงใด เจ้าจงอย่าได้ท้อถอยเป็นอันขาดจงสู้ต่อไปเพื่อหนทางข้างหน้าที่ดีกว่าของเจ้า แม่เชื่อใจเจ้า...”
 
     เพียงเสียงมารดาสิ้นสุดลง หูของข้าพเจ้าเสมือนไร้สิ้นการได้ยินอะไร และดวงตากลับมองไม่เห็นอะไรอีกเลย มันมีเพียงความมืดมิดในแทบทุกทิศทางกับความเงียบสงัด หนำซ้ำพลังแรงกายของข้าพเจ้าก็จวนจะดับสิ้นพร้อมสูญสลายหายไปกับสายน้ำ
 
...
 
เฟรย่ากับยาวิเศษ        
ตอน  หญิงชรากับเฟรย่าผู้อาภัพ 




#120242 Freya And The Potions : เฟรย่ากับยาวิเศษ

โพสต์โดย Ernestopher Denzel on 18 สิงหาคม 2013 - 09:36 PM

ภาพที่โพสต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โดย

โรซาลี เดอ มอร์แกน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เเปล/บทย่อ

ภาพที่โพสต์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สารบัญ

 

 

อารัมภบท

๑. หญิงชรากับเฟรย่าผู้อาภัพ

๒. ชีวิตใหม่ในดินแดนศักดิ์สิทธิ์

๓. กุหลาบเสน่หากับน้ำยาไร้รัก

๔. น้ำอมฤทธิ์กับจุ่มพิษมรณะ

๕. พลังแห่งชีวิต (ชาร์ลส์ ออสเตน)

๖. แม่มดกับกระจกเงา

๗. คำสาปที่ไม่ใช่คำสาป

๘. เอลริสกับชีวิตทั้งเจ็ด

๙. การเดินทางที่ไม่สิ้นสุด

๑๐. เหล้าไวน์จอกเดียว

๑๑. เงาสะท้อนอดีต

๑๒. จองจำแม่มดเฟรย่า

๑๓. ดอกมรณะกับสัจจะชั่วนิรันดร์

 

 

ขอบคุณทุกท่าน

ที่ให้การติดตาม ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า

นิทานเรื่องนี้จะเป็นที่ประทับใจ

ของพวกท่านทั้ง

หลาย