ไปที่เนื้อหา



Jellal Fernandes

เป็นสมาชิกตั้งแต่ 13 ส.ค. 2014
ออฟไลน์ ใช้งานล่าสุด ส่วนตัว
****-

กระทู้ที่ฉันเริ่ม

Jellal Fernandes

18 มกราคม 2019 - 08:40 AM

ชื่อเวทมนตร์ของคุณ : Jellal Fernandes
ออกเสียงว่า : เจราล เฟอร์นันเดส

 

18095962_688387394681796_678847907730607

 

วัน/เดือน/ปีเกิด : 7 ธันวาคม

อายุ : ไม่ระบุ

 

เพศสภาพ : ชาย

เพศวิถี : ชาย

 

รูปพรรณสัณฐาน

สีผมตามกำเนิด : น้ำเงิน

สีตาตามกำเนิด : สีน้ำตาลเขียว

ความสูง : 183 cm

น้ำหนัก : 72 kg

สีผิวตามกำเนิด : ขาวเหลือง

ตำหนิที่เห็นได้ชัดเจน : รอยสีแดงรอบตาขวา

ลักษณะการแต่งตัว : มักจะใส่เสื้อคลุมสีน้ำเงิน

อื่นๆ ตามที่ต้องการ : ไม่มี

 

อุปนิสัย :   เจราลเป็นพ่อมดที่มีความร่าเริงอยู่เสมอ เป็นคนที่มองโลกในแง่ดีอยู่ตลอด แต่กับบางอย่างที่อยู่ในความรับผิดชอบของเขา หรือสิ่งที่เขามองว่าสำคัญเขาจะจริงจังกับมันมากจนกดดันและเครียดอยู่บ่อยๆ ซึ่งอาจจะทำให้คนรอบข้างรู้สึกไม่ค่อยดีไปด้วยเมื่อเห็นเจราลในเวลาที่กำลังเครียด ความทะเยอทะยานและความจริงจังของเขาก็มักจะทำให้เขาหลุดจากการคุมสติอารมรณ์ของตัวเองจนทำให้เผลอพูดทำร้ายจิตใจคนรอบข้างโดยที่ไม่ได้ยั้งคิด แต่สุดท้ายแล้วเจราลก็เป็นคนที่รักเพื่อนพวกพ้อง พี่น้องและครอบครัวมากๆ  เจราลเป็นคนที่มีความตั้งใจสูงและมักจะทำในสิ่งที่ต้องให้สำเร็จ ในขณะเดียวกันก็เป็นคนที่ร่าเริงแจ่มใสและอารมณ์ดีอยู่เกือบจะตลอดเวลา ไม่ค่อยชอบมีเรื่องกับใคร ถ้าหากเป็นปัญหาที่ไม่เกี่ยวกับตัวเขาก็มักจะเอาตัวเองออกมา แต่เมื่อไหร่ที่ปัญหากระทบตัวเขาเมื่อไหร่เขาก็จะเปลี่ยนเป็นคนละคนทันที

 

ประวัติ :    เมื่อหลายปีก่อน ณ.กระท่อมนักเดินทางของโลกเวทมนตร์แห่งนี้ ก็เหมือนในทุกๆวัน มันมักจะมีพ่อมดแม่มดมากหน้าหลายตาโผล่เข้ามาเจอกระท่อมหลังนี้โดยบังเอิญและนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของใครหลายๆคนในโลกเวทมนตร์แห่งนี้ สำหรับเจราลเองก็เช่นกัน ในวันหนึ่งเมื่อประมาณสี่ปีก่อน ความผิดปกติของพลังเวทมนตร์ในชั้นบรรยากาศก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วพลางพาร่างหนุ่มคนหนึ่งลอยหล่นลงมาตรงใจกลางของกระท่อมแห่งนี้  เป็นสิ่งที่เรียกว่าการเดินทางข้างมิติ เจราล เฟอร์นันเดส ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินได้หลุดออกมาจากอีกมิติหนึ่งจากเหตุการณ์ประหลาดบางอย่าง แล้วทำให้เขามาอยู่ในกระท่อมหลังนี้โดยที่ไม่ได้ตั้งใจไว้ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องกลับไปยังที่ที่เขาจากมาได้อย่างไรจึงตัดสินใจออกจากกระท่อมหลังนั้นมา แล้วพบว่าตัวเองนั้นก็ได้โผล่มาอยู่ในโลกเวทมนตร์เสียแล้ว วันนั้นคือจุดเริ่มต้นของชีวิตในโลกเวทมนตร์ของเจราลที่ดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้  

               มีเรื่องมากมายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนที่เจราลจะข้ามมิติมายังโลกเวทมนตร์แห่งนี้ และหลังจากนั้นก็เช่นกัน ที่หากให้อธิบายตรงนี้ก็คงอธิบายได้ไม่หมด เพราะอย่างนั้นแล้วจึงขอละการร่ายยาวประวัติของเจราลทั้งหมดไว้เท่านี้ก่อน แล้วในภายภาคหน้าจะหาวิธีอื่นในการลงบันทึกประวัติของตัวเองเสียแล้วกัน

               ประวัติโดยรวมคร่าวๆของเจราลหลังจากที่เจอเข้ากับกระท่อมของนักเดินทางสามารถอธิบายแบบสรุปได้ดังนี้ เมื่อเจราลรู้สึกตัวได้ว่าที่นี่นั้นไม่ใช่เอิร์ธแลนด์ที่เขาจากมา แต่มันคือโลกใบใหม่ที่เขาไม่รู้จัก หรือก็คือโลกเวทมนตร์แห่งนี้ เจราลจึงพยายามใช้พลังเวทมนตร์ของตัวเองสัมผัสพลังเวทมนตร์ของเทพดาวเหนือให้ได้เผื่อจะสามารถหาหนทางที่จะกลับไปยังเอิร์ธแลนด์ได้ เขาใช้เวลาเร่ร่อนอยู่เป็นเวลาหลายเดือนแล้วจึงเดินทางไปหยุดอยู่แถวๆพื้นที่ทางตอนเหนือหรือที่ชาวแวรี่เรียกว่าขั้วโลกเหนือเพราะที่แห่งนี้นั้นเขาสามารถสัมผัสพลังแห่งเทพดาวเหนือได้มากที่สุด เหตุนี้ทำให้เขาได้พบเข้ากับชนเผ่าพิวรีเข้าอย่างไม่ได้ตั้งใจ แล้วจึงอาศัยอยู่กับที่นั่นเป็นระยะเวลาหนึ่ง จนเขาเองก็ซึมซับวัฒนธรรมของที่นั่นมาและถือว่าจุดเริ่มต้นของเจราลในโลกเวทมนตร์แห่งนี้ก็คือที่ชุมชนผู้วิเศษชาวพิวรีนี่แหละ และนั่นก็ทำให้เขาถือว่าตัวเองเป็นชนชาวพิวรีเช่นกัน

               หลังจากระยะเวลาที่เขาอยู่ที่นั่นและเดินทางไปมารอบๆโลกนั้น ทำให้เขาได้ศึกษาถึงความเหมือนและความต่างของโลกใบนี้กับโลกที่เขาจากมา ที่แน่ๆเขารู้ว่ามันต้องมีวิธีที่เขาสามารถเดินทางข้ามมิติกลับไปยังเอิร์ธแลนด์ได้ แต่เขายังไม่สามารถทำได้ในตอนนั้น หลักฐานเดียวที่บ่งบอกถึงเรื่องนี้คือการที่เขายังสามารถสัมผัสได้ถึงพลังแห่งเทพดาวเหนือจากมิติแห่งดวงดาวที่เขาก็สามารถทำแบบเดียวกันที่เอิร์ธแลนด์ เมื่อเห็นดังนั้น เขาจึงตัดสินใจเดินทางออกมาจากชุมชนชาวพิวรีเพื่อมุ่งหน้าศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมในการหาวิธีการกลับไปยังอีกโลกหนึ่ง หรือไม่ก็เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นี่ แต่สิ่งที่จำเป็นก็คือความรู้

               เมื่อเจราลเดินทางออกมาทางใต้ของชุมชนชาวพิวรี ข้ามน้ำข้ามทะเลหน่อยก็เจอเข้ากับชุมชนผู้วิเศษใหญ่อีกชุมชนเข้า นั่นก็คือมาลคุธ เขาเดินทางหอบสัมภาระของตัวเองเข้ามายังโคเวนเนียที่ดูวุ่นวายเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ที่แน่นอนว่าทั้งหลายนั้นก็คือพ่อมดแม่มด เขาจึงจัดการปักหลักใช้ชีวิตอยู่ที่นี่และศึกษาว่าคนที่นี่เขาทำอะไรกัน ที่แห่งนี้เป็นที่ที่ทำให้เจราลได้รู้จักผู้คนมากมาย ที่หลายมาเป็นเพื่อนพี่น้องและครอบครัวในที่สุด จากนั้นเวลาที่หลายๆคนรอคอยก็มาถึง เจราลได้รับจดหมายเชิญจากเอลฟ์ประจำบ้านให้ไปเข้าเรียนที่นั่น ทำให้เจราลกลายเป็นเด็กนักเรียนบ้านมาบอนของสถาบันเวทมนตร์และศาสตร์ชั้นสูงเอลฟ์ประจำบ้านในที่สุด ในปีแรกที่เขาเข้าไปนั้นก็มีความวุ่นวายไม่ใช่น้อย เขาและเพื่อนๆพยายามอย่างหนักในการทำคะแนนเพื่อให้บ้านตัวเองได้เป็นบ้านดีเด่นประจำปี แต่ในปีแรกของเขานั้นมันก็ไม่สำเร็จ อย่างไรก็ตามในปีต่อมาเขาได้รับมอบหมายจากการ์เดี้ยนคนก่อนให้ตัวเองขึ้นเป็นการ์เดี้ยนแทนซึ่งทำให้เจราลเป็นการ์เดี้ยนรุ่นที่สองของบ้านมาบอนในขณะที่เขานั้นเพิ่งอยู่ปี 2 นั่นเอง และความทะเยอทะยาน ความมุ่งมั่นตั้งใจของเขาก็ช่วยให้บ้านมาบอนได้รางวัลบ้านดีเด่นได้สมใจในปีนั้น เขาใช้เวลาศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่นั่นจนได้ความรู้เพิ่มพูนขึ้นมาไม่น้อยจนถึงปี 5 เขาก็จบการศึกษาออกมาจากสถาบันในที่สุด

               อย่างไรก็ตาม การที่เขาเรียนจบแล้วก็ไม่ได้หยุดเขาจากการเรียนรู้ เขายังคงหมั่นฝึกวิชาและพลังเวทมนตร์ของตนเองอยู่เสมอจนตอนนี้เจราลเป็นหนึ่งในพ่อมดแม่มดที่แข็งแกร่งมากๆคนหนึ่ง ตอนนี้เจราลก็ใช้ชีวิตของตัวเองอยู่ที่โคเวนเนีย โดยอาศัยอยู่ที่ปราสาทเฟอร์นันเดสในถิ่นที่อยู่อาศัยของพ่อมดแม่มดของโคเวนเนีย

 

คุณเป็นพ่อมดแม่มดสายใด : ไม่เจาะจง

 

สิ่งที่ชอบ:

  • ชอบความร่ำรวย เงินทองและการทำธุรกิจ แต่ก็ชอบจ่ายเงินเป็นว่าเล่นเช่นกัน
  • ชอบสีน้ำเงิน สีแดง สีส้ม สีทอง
  • ชอบผลไม้แทบทุกชนิด
  • ชอบการเล่นกีฬาเวทมนตร์หลายหลายชนิด
  • ชอบการฝึกเวทมนตร์ ประยุกต์เวทมนตร์ ลองสิ่งใหม่ๆ และการประดิษฐ์คิดค้น
  • ชอบแมว
  • ชอบฤดูใบไม้ร่วง เวลาที่อากาศไม่อุ่นไม่หนาวเกินไป

สิ่งที่ไม่ชอบ

  • ไม่ชอบการมีปัญหา ถ้าเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยงทันที
  • ส่วนเรื่องอื่นๆ เจราลมักจะเป็นคนใจกว้างมาก และเปิดรับสิ่งใหม่ๆเสมอ จึงหาสิ่งที่เขาไม่ชอบได้ยาก

 

อื่นๆ ที่อยากระบุเพิ่มเติม

  • ถึงเจราลจะไม่ได้ชอบความร้อนหรือความหนาวมากนัก ร่างกายของเขาสามารถทนความหนาวได้มากมาย ด้วยพื้นเพที่ตนเองถือว่าเป็นชนชาวพิวรีและเคยอยู่อาศัยที่นั่น
  • เมื่อพูดถึงชาวพิวรี พิวรีนั้นเป็นชนเผ่าที่ยึดถือในสายเลือดของตัวเองเป็นอย่างสูงและไม่เคยที่จะสืบสานเผ่าพันธุ์แบบข้างเชื่อสายเลย จึงทำให้มีแต่พวกชนชาวซอร์เซอเรียนแท้ในกลุ่มชาวพิวรี แต่ถึงอย่างนั้นชาวพิวรีส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใจแคบไม่เปิดและต้อนรับพ่อมดแม่มดท่านอื่นเลย เจราลที่บอกว่าตนเองเป็นชาวพิวรีนั้นก็เป็นแค่พิวรีในนามของสมาชิกในสังคมของชาวพิวรีก็เท่านั้น ไม่ได้มีสายเลือดซอร์เซอเรียนแท้แต่อย่างใด จึงทำให้เขามีนามสกุลเป็นของตัวเองไม่เหมือนชาวพิวรีคนอื่นๆ อย่างไรก็ตาม เจราลที่เคยอาศัยอยู่ที่พิวรีนั้น ก็ได้รับการยอมรับจากทุกคนในนั้นด้วยความสามารถทางกายภาพและเวทมนตร์ที่ไม่ได้ด้อยไปกว่าใคร และการที่เขาคอยสร้างประโยชน์ ไม่สร้างความเดือดร้อน บวกกับความสัมพันธ์ของตระกูลเฟอร์นันเดสกับเทพดาวเหนือทำให้เมื่ออยู่ในแถบภูมิภาคของชาวพิวรีแล้ว พลังเวทมนตร์ของเทพดาวเหนือจะคอยปกปักษ์ตัวเจราลและพื้นที่โดยรอบอยู่เสมอ มากกว่าเมื่อเวลาที่เจราลอยู่ห่างจากพิวรีออกมา
  • เมื่อพูดถึงเทพดาวเหนือ การที่เจราลอยู่ใกล้ขั้วโลกเหนือมากเท่าไหร่ หมายความว่าเจราลก็อยู่ใกล้กับเทพดาวเหนือมากเท่านั้น เนื่องจากเวทมนตร์หลักประจำตระกูลของเจราลก็คือเวทย์กายาสวรรค์ หรือก็คือเวทมนตร์ที่ร่ายเพื่อใช้พลังแห่งดาวเหนือ แต่โดยปกติแล้วนั้นเวทย์ดาวเหนือที่ตระกูลของเจราลใช้ก็จะเป็นเวทย์ที่ร่ายโดยใช้พลังของตัวเราเอง ซึ่งเวทย์ที่ว่านี่คือเวทมนตร์สายต่อสู้ที่เป็นจุดเด่นของตระกูลเฟอร์นันเดส แต่รุ่นก่อนๆในตระกูลได้บอกเล่าต่อๆกันมาว่า เมื่อนานมาแล้วในสมัยของต้นตระกูล เขาได้สร้างพันธะสัญญาเวทมนตร์กับเทพเจ้าดาวเหนือเพื่อพลังเวทมนตร์อันแกร่งกล้า เมื่อทำพันธะสัญญากันเทพเจ้าก็ได้สร้างสิ่งที่เป็นตัวกลางที่บ่งบอกถึงพันธะสัญญาต่างๆที่ตกลงกันไว้ ซึ่งนี่ก็เป็นต้นกำเนิดของกุญแจเทพดาวเหนือนั่นเอง ซึ่งคนในตระกูลได้บอกกล่าวกันต่อๆมาว่า เจ้ากุญแจเวทมนตร์อันนี้นี่แหละคือขุมพลังของตระกูลเฟอร์นันเดส
  • กุญแจดาวเหนือที่ถือว่าเป็นวัตถุเวทมนตร์ประจำตระกูลเฟอร์นันเดสนั้น จริงๆมีอยู่ด้วยกันสามดอก เป็นกุญแจรูปร่างหน้าตาเหมือนกุญแจไขล็อคโบราณที่มีฟันสองสามซี่ ที่ถึงแม้จะดูโบราณแต่ถูกเก็บรักษาไว้ให้ดูใหม่อยู่ตลอดเวลา ซึ่งกุญแจทั้งสามนั้นจะมีสีที่แตกต่างกันไป คือ กุญแจสีทองแดง กุญแจสีเงิน และกุญแจสีทอง ซึ่งกุญแจแต่ละดอกก็สร้างขึ้นมาจากวัตถุดิบตามสีของมันเลยนั่นก็คือ ทองแดง เงิน และทอง เป็นวัตถุดิบล้วนๆในกุญแจแต่ละดอก ไม่มีการผสมผสานและใช้สิ่งอื่นในการหุ้มเลย ซึ่งคนในตระกูลรุ่นก่อนๆได้บอกว่า ตัวกุญแจนี่แหละคือ “อาวุธเวทมนตร์” ที่มีพลังไร้เทียมทาน เพราะกุญแจทั้งสามดอกนี้เองคือกุญแจที่ใช้ไขเปิดประตูมิติของโลกแห่งดวงดาว ซึ่งหากใช้แล้วจะสามารถอันเชิญเทพเจ้าดาวเหนือได้ นั่นก็คือเทพโลกิ ธอร์ และโอดิน นั่นเอง แต่นั่นมันเมื่อนานแสนนานมาแล้วที่ประตูแห่งดวงดาวได้ถูกเปิดออก ซึ่งตัวเจราลเองก็ไม่ทราบเช่นกันว่าจะต้องทำอย่างไรถึงจะสามารถเปิดประตูเพื่ออัญเชิญเทพแห่งดาวเหนือได้
  • เจราล เฟอร์นันเดสคนนี้ จริงๆแล้วคือตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาจากความแปรปรวนของเวทมนตร์ลึกลับอย่างหนึ่งที่ทำให้ตัวเจราลนั้นถูก Duplicate หรือทำสำเนาขึ้นมาจากเจราล เฟอร์นันเดสในเอิร์ธแลนด์ (ของแฟรี่เทล) หมายความว่า เจราลนั้นเคยเป็นคนคนเดียวกัน แต่เมื่อหลายปีก่อน เกิดการแยกเจราลคนเดียวนี้ออกเป็นสองคน คนหนึ่งก็ยังเป็นเจราลของเอิร์ธแลนด์ อีกคนหนึ่งก็คือเจราลที่หลุดออกมาจากมิติมาเป็นตัวละครของโลกเวทมนตร์ที่มีความคิด ความทรงจำ พลังเวทมนตร์เหมือนกันทั้งหมดจนถึงจุดแยกที่เกิดการสร้างเจราลคนใหม่ขึ้นมา แล้วตัวละครทั้งสองนั้นก็พัฒนากันต่อไปในคนละทิศทาง ซึ่งหมายความว่าเจราลนั้น มีทั้งหมดสามคน คือเจราลของเอิร์ธแลนด์ เจราลของเอดราส (เอโดลาส) และเจราลของโลกเวทมนตร์
  • เจราลของโลกเวทมนตร์นั้น ยังนึกว่าตัวเองเป็นเจราลของเอิร์ธแลนด์ที่หลุดข้ามมิติมายังโลกเวทมนตร์แล้วจึงใช้ชีวิตต่อที่นี่ แต่อันที่จริงแล้วความเป็นจริงคืออย่างที่ว่าไปในข้อก่อนหน้านี้
  • คำว่า เอิร์ธแลนด์ เอดราส และโลกเวทมนตร์ในที่นี้นั้น เป็นเหมือนดังโลกสามโลกที่คู่ขนานกัน เอิร์ธแลนด์กับโลกเวทมนตร์จะมีความคล้ายคลึงกัน แต่โลกเอดราสนั้น ทุกอย่างจะกลับตาลปัตรทั้งในเรื่องของลักษณะนิสัยหรือพลังเวทมนตร์
  • เจราลเป็นต้นตระกูลของตระกูลเฟอร์นันเดส ซึ่งเขาตัดสินใจก่อตั้งตระกูลขึ้นมาเมื่อเจราลอยู่ในจุดที่สามารถอยู่ในโลกเวทมนตร์ด้วยความไม่ยากลำบากมากแล้ว โดยก่อนหน้าที่จะทำการตั้งตระกูล ในสมัยที่เจราลยังใช้ชีวิตในการปรับตัวให้เข้ากับโลกเวทมนตร์แห่งนี้ ก็ได้พบเจอกับเคทลินและมาร์การิต้า ซึ่งทั้งสามเริ่มการใช้ชีวิตในโลกเวทมนตร์ไปด้วยกันบ่อยๆจนสนิทกันมากขึ้น ท้ายที่สุดทั้งสามคนนี้ก็นับกันเป็นพี่น้องของกัน แล้วทำการก่อตั้งตระกูลเฟอร์นันเดสขึ้นมาเพื่อการดำรงอยู่ของตระกูลเฟอร์นันเดสไม่ว่าจะในโลกไหนก็ตาม จึงจะเห็นว่าตามความจริงแล้ว ผู้ที่สืบสายเลือดของตระกูลเฟอร์นันเดสมาโดยตรงมีเพียงคนเดียวคือ ตัวเจราลเอง จึงทำให้มีเพียงเขาที่เข้าถึงเวทย์แห่งดาวเหนือได้